คือ ทำความรู้จักกับบริเวณ บ้านและสวน ของตนเองโดยเขียนตัวบ้านขอบเขตที่ดิ้น (รั้ว) ถนนหน้าบ้านทางเข้าบ้าน โรงรถ ทางเดินต่าง ๆ กำหนดตำแหน่งของต้นไม้ใหญ่ที่จะเก็บรักษาไว้แสดงทิศเหนือ-ใต้ บริเวณที่มีปัญหาต่าง ๆ เช่น ด้านที่ร้อนแดดบริเวณที่ร่มจัดจนปลูกต้นไม้ไม่ได้ บริเวณที่มีน้ำขังแฉะในฤดูฝนหรือด้านที่ต้องการสิ่งบังตา เพราะขาดความเป็นส่วนตัวโดยที่บุคคลภายนอกสามารถมองเห็นภายในบริเวณ บ้านและสวน ของเราได้ เป็นต้น

ลักษณะของ บ้านและสวน ที่เจ้าของบ้านไม่ต้องดูแลรักษามาก
- บ้านและสวน ที่มีพื้นปูเป็นพื้นแข็งมากกว่าพื้นอ่อน (สนามหญ้า) ซึ่งจะทำให้ลดเวลาในการตัดหญ้า และการบำรุงดูแลรักษาอื่น ๆ แต่ต้นทุนในการทำสวนลักษณะนี้ค่อนข้างสูงในการก่อสร้างครั้งแรก
- ลักษณะของ บ้านและสวน ที่มีการจัดกลุ่มต้นไม้ คือถ้าเป็นสวนหย่อมจะประกอบไปด้วยต้นไม้หลาย ๆ ชนิดแตกต่างกันไป ยิ่งมากชนิด ยิ่งต้องการดูแลรักษามากยิ่งขึ้น แต่ตรงกันข้ามกับการจัด บ้านและสวน โดยการปลูกต้นไม้ชนิดเดียวกันให้เป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ซึ่งต้องการการดูแลรักษาที่เหมือนกัน จึงง่ายต่อการดูแลรักษา ทำให้ไม่เสียเวลามากนัก
- ชนิดของต้นไม้ที่ใช้ ต้นไม้บางชนิดต้องประคบประหงมมาก แต่บางชนิดปลูกแล้ว ดูแลรักษานาน ๆ ครั้งก็ได้ จึงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและแรงงานในการดูแลรักษา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องคำนึงตั้งแต่ต้นเพราะ ” บ้านและสวน จะสวยด้วยการดูแลรักษา “

เมื่อได้ประเภทบริเวณใช้สอยต่าง ๆ และแนวความคิดลักษณะรูปแบบของ บ้าน และสวน อยู่ในใจแล้ว จึงเลือกบริเวณที่เหมาะกับการใช้ สอยที่ต้องการลงในแปลน เช่นจัดไม้ดอกสีสวยสดใสไว้หน้าบ้าน ปลูกต้นไม้ใหญ่ให้ร่มเงาด้านทิศตะวันตก จัดลานพักผ่อนต่อจากห้องนั่งเล่นในบ้าน ลานซักล้างต่อจากครัว และต้องการรั้วบังสายตาจากบริเวณอื่น ๆ สนามเด็กเล่นก็ควรอยู่ในจุดที่สามารถมองเห็นได้จากภายใน บ้านและสวน เพื่อเป็นการป้องกันเมื่อเด็ก ๆ ออกไปวิ่งเล่นในสนาม โดยที่พ่อแม่ไม่จำเป็นต้องไปนั่งเฝ้าอยู่ในบ้านก็สามารถมองเห็นลูก ๆ ได้ และบริเวณจัดสวนโชว์ควรอยู่ในจุดที่แขกผู้มาเยี่ยมจะเชยชมได้ จึงมักจะอยู่หน้าบ้าน ซึ่งการเลือกบริเวณต่าง ๆ เหล่านี้ ดูจากการใช้งานประจำวันของสมาชิก
Tag : ตกแต่งบ้าน, ตกแต่ง ภายใน, บ้านและสวน, ห้องนอน